ตามความเชื่อของชาวไอยคุปต์ (อียิปต์โบราณ) ไอซิส (Isis) เป็นเทวีแห่งความอุดมสมบูรณ์ เป็นเทวีแห่งมารดา และเป็นเทวีแห่งการคุ้มครองเด็ก ไอซิส (Isis) เป็นธิดาของเทพแห่งโลก เคบ (Keb) และเทพธิดาแห่งท้องฟ้า นุต (Nut) รวมถึงเป็นภรรยาของเทพ โอสิริส เป็นมารดาของ โฮรุส
ในแดนดินไอยคุปต์ โอสิริส (Osiris) เป็นผู้ปกครองที่เปี่ยมด้วยเมตตา และเป็นที่เคารพรักของไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน จากการนำอารยธรรมทางการเกษตรมาสู่ไอยคุปต์ พระองค์ปล่อยให้ภรรยา ไอซิส (Isis) ปกครองไอยคุปต์ชั่วคราว เนื่องจากต้องการเดินทางไปรอบโลกเพื่อเผยแพร่กฎหมายและวิชาความรู้ในการทำฟาร์ม
เสต (Set) น้องชายของ โอสิริส อิจฉาริษยาพี่ชาย และวางแผนกำจัด โดยเริ่มแอบวัดขนาดร่างกายของพี่ชายเพื่อสร้างโลงศพงดงามโอ่อ่าที่พอดีตัว โลงศพนี้อยู่ในรูปแบบของกล่องรูปทรงมนุษย์ จากนั้น เสต ได้จัดพิธีเฉลิมฉลองใหญ่โต โดยเชื้อเชิญ โอสิริส และสมาชิกราชวงศ์และขุนนางทั้งหลายมาร่วมงาน จุดเด่นของงานคือ เสต ประกาศว่า เขาจะมอบโลกศพที่งดงามแก่ใครก็ตามที่มีขนาดร่างกายพอดีกับขนาดของมัน แขกทั้งหมดพยายามลองแต่ก็ไม่มีใครพอดี จนกระทั่ง โอสิริส ก้าวเข้าไปในโลกศพ ทันใดนั้น เสต ก็ปิดฝาโลงศพอย่างแรงก่อนปิดผนึกด้วยตะกั่วหลอมเหลว ซึ่งในไม่ช้าโลกศพปิดผนึกด้วยไม้ซีดาร์นี้ถูกนำไปทิ้งในลุ่มน้ำไนล์
ไอซิส เศร้าโศกเสียใจกับการสูญเสียสามี จึงออกค้นหาโลงศพทั่วไอยคุปต์ และนอกประเทศ จนกระทั่วไปถึงที่ ไบบลอส (Byblos) ใน เลบานอน (Lebanon) โดยรากมโหฬารของต้นตามาริสค์ห่อพันโลงศพเอาไว้ และกษัตริย์แห่งไบบลอสได้ตัดโค่นต้นไม้เพื่อไปติดตั้งเป็นเสาหินในห้องโถง ไอซิส ค้นหาร่างของสามีจนในที่สุดพบว่ามันอยู่ในเสาหินห้องโถงของกษัตริย์ ซึ่งก็ได้รับอนุญาตให้นำศพกลับสู่ไอยคุปต์เพื่อการฝังศพที่เหมาะสม และเพื่อความปลอดภัย ไอซิส จึงซ่อนไว้ในดินที่ต่ำชื้นข้างลุ่มน้ำไนล์
โดยไม่คาดคิด เสต เจอโลงศพเข้าโดยบังเอิญขณะออกไปล่าสัตว์ และโกรธแค้นมาก เขาจึงสับร่างกายของ โอสิริส เป็นชิ้นๆ และกระจัดกระจายทิ้งทั่วแผ่นดินไอยคุปต์
ไอซิส ผู้น่าสงสารจึงเดินทางเพื่อค้นศพสามีอีกครั้ง แม้เป็นภาระหน้าที่อันยากยิ่งในเวลานั้น ทุกครั้งที่พบชิ้นส่วนหนึ่ง ไอซิส จะปั้นขี้ผึ้งจำลองส่วนนั้น และมอบให้แก่นักบวชท้องถิ่น โดยขอร้องให้นำไปวางไว้ในอารามเพื่อบวงสรวงจนกว่าความทรงจำของสามีจะกลับคืนมา
ในที่สุด ไอซิส ก็สามารถค้นพบชิ้นส่วนทั้งหมด และทำพิธีกรรมประกอบใหม่โดยใช้เวทมนตร์และความช่วยเหลือจากเทพองค์อื่นๆวางชิ้นส่วนต่างๆของ โอสิริส เข้าด้วยกัน รวมถึงเก็บรักษาร่างกายของเขาพันในผ้าลินิน ซึ่งเป็นการสร้างมัมมี่ตัวแรก ด้วยพลังอำนาจเวทมนตร์สามารถนำลมหายในแห่งชีวิตกลับสู่ โอสิริส อีกครั้ง หลังจากนั้นไม่นาน ไอซิส ก็ตั้งครรภ์โอรส โฮรุส อย่างน่าอัศจรรย์ ซึ่งในเวลาต่อมา โฮรุส ผู้เยาว์วัยได้ต่อสู่กับ เสต อาของเขาเพื่อนล้างแค้นแทนบิดา
โอสิริส จึงกลายเป็นผู้ปกครองโลกยมบาล ในขณะที่ โฮรุส เป็นกษัตริย์แห่งการดำรงชีวิต และ เสต เป็นผู้ปกครองทะเลทราย เสมือนเทพเจ้าแห่งความชั่วร้ายและความวุ่นวาย
ไอซิส (Isis) ได้รับความเคารพบูชาจากชาวไอยคุปต์ว่าเป็นเทวีที่มีความพยายาม อุตสาหะ เป็นเทวีแห่งความอุดมสมบูรณ์ เป็นเทวีแห่งมารดาและคุ้มครองเด็ก โดยจัดให้มีการบูชาไอซิสทั่วทั้งแผ่นดินไอยคุปต์ (อียิปต์โบราณ) และพิธีบูชาไอซิสสิ้นสุดลงเมื่อคริสต์ศตรวรรษที่ ๖
ตอน 2
เทวีไอซิส(Isis)ทรงประสูติในวันที่ 4 ที่เพิ่มเข้ามา ทรงเป็นเทวีที่มักได้รับความเคารพคู่กับเทพโอซีริส กล่าวกันว่าทั้งสองพระองค์ให้กำเนิดเทพฮอรัสโดยการรวมตัวกัน ในขณะที่เทพฮอรัสยังอยู่ในพระครรภ์หรือหลังจากเทพโอซีริสสิ้นพระชนม์แล้ว
ในช่วงที่เทพโอซีริสยังอยู่ พระนางมีบทบาทเพียงช่วยพระสวามีในการสร้างอารยธรรมแก่มวลมนุษย์ เพราะพระนางคือเทวีแห่งมารดร หลังจากเทพโอซีริสวรรคตแล้วพระนางจึงมีบทบาทมากขึ้น ยังมีเรื่องราวเกี่ยวกับพระนาง เทพโอซีริสและพระโอรสอีกมากมาย
สัญลักษณ์ของเทวีไอซิสมีหลายแบบ พระนางอาจเป็นมนุษย์ที่มีศีรษะเป็นวัว หรือมีดวงจันทร์สวมบนศีรษะ หรือสวมมงกุฎรูปดอกบัวและมีหูเป็นข้าวโพด หรือถือขาแพะ สัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ แต่ถ้าเป็นรูปปั้นมักเป็นรูปพระมารดากำลังให้นมเทพเจ้าฮฮรัสอยู่ แสดงถึงการปกป้องเด็กๆจากโรคภัย บนศีรษะมีเขาสองเขาและมีวงสุริยะอยู่ตรงกลาง
ตอน 3
เทพเจ้าไอสิส ไอสิส (Isis) เป็นเทพเจ้าของชาวอียิปต์ เป็นชายาของเทพเจ้าโอสิริส (Osiris) เทพเจ้าโอสิริสนั้นเป็นเทพเจ้าที่ต้องมรณะเพราะรบกับเทพเจ้าเซท(Seth) รูปที่ชาวอียิปต์ทำเกี่ยวกับเทพเจ้าไอสิสคือให้นางกำลังร้องไห้แสดงความคิดถึงและความจงรักภักดีต่อสวามี โดยทรุดกายอยู่หน้าโลงศพของสวามี ในสายตาของคนอียิปต์เทพเจ้าไอสิสเป็นเทพเจ้าที่มีคุณสมบัติของสตรีที่ดีเพียบพร้อม อีกรูปหนึ่งที่ชาวอียิปต์ชอบทำเกี่ยวกับเทพเจ้าโอลิสคือทำเป็นรูปหญิงอุ้มทารก ทารกนั้นคือเทพเจ้าโฮรัส (Horus)ซึ่งเป็นบุตรของโอสิริสกับไอสิส เทพเจ้าเซทตามไล่ล่าโฮรัส ไอสิสจึงต้องอุ้มโฮรัสหนีซอกซอนไป ต่อมานางได้เลี้ยงโฮรัสจนเติบใหญ่ขึ้นไปเป็นเทพเจ้าแห่งท้องฟ้า และไดฆ่าเซทตายเป็นการแก้แค้นแทนบิดา เทพเจ้าไอสิสเป็นเทพเจ้าที่เคารพนับถือมากทั่วทั้งอียิปต์และนูเบีย มีวิหารอุทิศให้แด่เทพเจ้าไอสิสอยู่ทั่วไปในอียิปต์ ในสมัยที่กรีกเจริญรุ่งเรืองก็รับเอาเทพเจ้าไอสิสไปนับถือ มีการสร้างวิหารใหญ่ของเทพเจ้าไอสิสที่เมืองอเล็กซานเดรีย ในยุคนี้ถือว่าเทพเจ้าไอสิสเป็นเทพคุ้มครองกะลาสีเรือ ชาติกรีกเป็นชาตินักเดินเรือจึงเคารพบูชาเทพเจ้าไอสิส ต่อมาในสมัยจักรวรรดิโรมันได้ครอบครองดินแดนอียิปต์ก็ได้รับเอาเทพเจ้าไอสิสไปบูชาด้วย ชาวโรมันที่นับถือเทพเจ้าไอสิสนั้นมักจะเป็นผู้หญิงและนับถือว่าไอสิสเป็นเทพมารดา (Mother- Goddess)ผู้เต็มไปด้วยความเอื้ออาทร ความรัก ความห่วงใย สิ่งที่ชาวโรมันนับถือมากในตัวเทพเจ้าไอสิสคือ คุณธรรมของผู้หญิงทุกประการที่นางมีตลอดจนการที่นางเป็นอมตะไม่มีวันตาย นอกจากนั้นนางสามารถแบ่งความอมตะให้กับสวามีได้ด้วย โดยนางได้ตามเก็บชิ้นส่วนของโฮสิริสมารวมกัน แล้วอ้อนวอนขอวิญญาณของ โอสิริสจากเทพเจ้าทั้งหลายจนนางได้วิญญาณของโฮสิริสกลับคืนทุกฤดูใบไม้ผลิ โอสิริสจะกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ไอสิสจึงเป็นสัญลักษณ์ของการคืนชีพ การที่ตายไปแล้วสามารถคืนชีพได้ใหม่ผู้ที่นับถือนางจึงลดเรื่องความกระวนกระวายใจเรื่องชีวิตหลังการตาย ผู้ที่นับถือเทพเจ้าไอสิสจะเน้นเรื่องคุณธรรมของผู้หญิงที่เทพเจ้าไอสิสมีความอ่อนโยน ความรู้จักฟูมฟักทะนุถนอม นอกจากคุณธรรมของผู้หญิงแล้วผู้ที่นับถือเทพเจ้าไอสิสเชื่อว่า นางสามารถแก้ปัญหาให้พวกเขาได้ไม่ว่าจะเป็นปัญหาอะไรก็ตาม โยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาในเรื่องชีวิตหลังการตาย
วันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น